Tips & Trick แชร์เคล็ดลับและเทคนิคการทำงานด้านไอทีจากประสบการณ์ตรง

Tips

Tips & Trick แชร์เคล็ดลับและเทคนิคการทำงานด้านไอทีจากประสบการณ์ตรงที่พบเจอมา หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านไม่มากก็น้อยนะครับ

วิธีซ่อนเวอร์ชั่น WordPress

วิธีซ่อนเวอร์ชั่น WordPress ไม่ให้ใครรู้

วิธีซ่อนเวอร์ชั่น WordPress ไม่ให้ใครรู้ เป็นอีกวิธีที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับเว็บเรา ลองอ่านและนำไปปรับใช้กันดูครับวิธีซ่อนเวอร์ชั่น WordPress บทความนี้ทีมงาน CodingDee จะมาแนะนำวิธีซ่อนเวอร์ชั่น WordPress ไม่ให้ใครรู้กันครับ ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น ถ้าเราไม่ซ่อนเวอร์ชั่น WordPress จะส่งผลกระทบอะไรบ้างมาดูเหตุการณ์จำลองกัน สมมุติว่าผมเป็นผู้ไม่หวังดีอยากจะโจมตีเว็บ ๆ นึง สิ่งแรกที่ผมจะทำคือหาข้อมูลของเป้าหมายก่อนว่าเค้าใช้ Server อะไร  เวอร์ชั่นอะไร ใช้ CMS ค่ายไหน เวอร์ชั่นอะไร ฯลฯ ยิ่งเราได้ข้อมูลพวกนี้มากเท่าไหร่ เราก็สามารถนำมาวิเคราะห์หาช่องโหว่และวิธีการโจมตีได้มากขึ้นเท่านั้น ถ้าไปเจอ WordPress Version ตำ่ กว่า 4.7.0 เสร็จเลยครับ ช่องโหว่เพียบเลย ผมเคยเจอบางเว็บยังใช้ WordPress เวอร์ชั่น 3.8.x อยู่ก็มีถ้าใครเคยดู The Fast and the Furious ภาคที่ลากตู้เซฟอ่ะ ผมจำภาคไม่ได้ว่าภาคไหน จะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ฝ่ายของตัวเอกแบ่งทีมกันออกไปเก็บข้อมูลของเป้าหมาย ว่าใช้ตู้เซฟยี่ห้ออะไร รุ่นอะไร เก็บไว้ที่ไหน แล้วนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ หาวิธีการโจมตีต่อไป เห็นไหมครับว่าข้อมูลพวกนี้ถ้าเราไม่ปิดไว้ มันไม่เป็นผลดีกับเราเลย วิธีซ่อนก็ไม่ยากอะไรมากมาย มาดูวิธีทำกันเลยครับ อัพเดทเวอร์ชั่นใหม่เสมอ วิธีนี้เป็นวิธีที่ดีครับ คือ Update WordPress ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดอยู่เสมอ แต่ก็อาจจะมีบางสาเหตุที่เรายังไม่สามารถ Update ไปเวอร์ชั่นล่าสุดได้เช่นTheme ที่เราใช้ยังไม่รองรับ ต้องรอให้ทีมพัฒนา Theme เค้าออกเวอร์ชั่นใหม่ที่ Compatible กันได้ซะก่อน Plugins ที่เราใช้ยังไม่รองรับ ก็คล้าย ๆ กับธีมครับ ถ้าไม่กระทบมากก็ฝืน ๆ อัพไปได้แต่ถ้าเป็น Plugin หลักที่เราใช้ในเว็บก็อาจจะทำให้เว็บพังได้เหมือนกันเพราะแบบนี้ระหว่างที่รอเราก็ควรจะซ่อนเวอร์ชั่น WordPress ไว้ไม่ให้ใครรู้ว่าเราใช้ WordPress เวอร์ชั่นอะไรอยู่ จริง ๆ ไม่มีเหตุผลจำเป็นอะไรที่เราจะต้องให้ใครมารู้นี่เนอะว่าเราใช้เวอรืชั่นอะไร ซ่อนเถอะ ดีที่สุด วิธีตรวจสอบ วิธีตรวจดูว่าเว็บเราซ่อนเวอร์ชั่น WordPress ไว้หรือยัง ให้เราเราลองเข้า yourdomain.com/feed ดูครับแล้วมองหา บรรทัดข้างล่างนี่ <generator>https://wordpress.org/?v=4.7.5</generator> ถ้าเจอก็แสดงว่าเรายังไม่ได้ซ่อนเวอร์ชั่นครับ เพิ่มโค๊ดชุดนี้เข้าไปที่ function.php remove_action('wp_head', 'wp_generator'); add_filter('the_generator', 'codingdee_remove_version'); function codingdee_remove_version() { return ''; }Plugin Hide WP Version สำหรับใครที่ไม่ใช่ Dev หรือที่คิดว่าวิธีด้านบนใช้ยากไป ผมทำเป็นปลั๊กอินไว้ให้โหลดไปติดตั้งได้เลยครับแนะนำอีกบทความคือ ซ่อนเวอร์ชั่น webserver ช่วยให้เว็บเราปลอดภัยมากขึ้น จบแล้ว การปกปิดข้อมูลพวกนี้ไว้ไม่เปิดเผยให้คนอื่นรู้เป็นสิ่งสำคัญที่เราควรทำและไม่ควรมองข้ามนะครับ เพื่อความปลอดภัยซ่อนไว้ดีกว่าเปิดเผยข้อมูลให้คนภายนอกรู้ได้ง่าย ๆ ลองนำไปปรับใช้กันดูครับหากอ่านแล้วชอบบทความจาก CodingDee ก็ฝาก กดไลค์เพจ ด้วยนะครับ จะได้ไม่พลาดข่าวสารเทคนิคดี ๆ จากเรา หรือติดปัญหาตรงไหนก็คอมเมนต์ไว้ด้านล่างนี้ได้ ไว้เจอกันบทความต่อไปครับ
วิธีปิดปลั๊กอิน

วิธีปิดปลั๊กอิน WordPress เมื่อเข้าหลังบ้านไม่ได้

วิธีปิดปลั๊กอิน WordPress จริง ๆ มีหลายวิธีแต่วิธีนี้ง่ายสุด ช่วยได้เมื่อเราไม่สามารถเข้าไปปิดปลั๊กอินผ่านหลังบ้านได้วิธีปิด Plugin WordPress เมื่อเข้าหลังบ้านไม่ได้ให้เรา FTP เข้าไปที่เว็บของเรา มองหาโฟลเดอร์ที่มีชื่อว่า wp-content ดับเบิ้ลคลิกเข้าไปข้างในโฟลเดอร์ เปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ plugins เป็นชื่อ plugins-backup (จริง ๆ เปลี่ยนเป็นชื่ออะไรก็ได้)คราวนี้ลองเข้าเว็บดูปลั๊กอินก็จะ Deactivate ทั้งหมดแล้วครับจริง ๆ แล้วยังมีอีกวิธีที่จะปิดปลั๊กอินได้ก็คือปิดผ่าน Database แต่วิธีนั้นค่อนข้างยากกว่าวิธีนี้พอสมควรและเสี่ยงที่จะทำ Database พังถ้าเราไม่เชี่ยวชาญพอปล.ถ้าอย่าลืมมาเปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ plugins กลับมาให้เหมือนเดิมด้วยนะครับเมื่อเราเข้าหลังบ้านได้แล้ว จบแล้ว หากอ่านแล้วชอบบทความจาก CodingDee ก็ฝาก กดไลค์เพจ ด้วยนะครับ จะได้ไม่พลาดข่าวสารเทคนิคดี ๆ จากเรา หรือติดปัญหาตรงไหนก็คอมเมนต์ไว้ด้านล่างนี้ได้ ไว้พบกันบทความต่อไปครับ
WordPress หน้าขาว

WordPress หน้าขาว แก้ได้ง่าย ๆ ใน 5 วิธีนี้

WordPress หน้าขาว ปัญหายอดฮิตอีกปัญหาที่คนทำ WordPress ต้องพบเจออยู่เป็นประจำ บทความนี้ CodingDee จะพามาดูวิธีรับมือเมื่อ WordPress ขึ้นหน้าขาว โล่ง ๆ ไม่มีอะไรเลย มาดูกันครับWordPress หน้าขาว แก้ได้ง่าย ๆCodingDee ได้รวบรวมวิธีแก้ปัญหาไว้ให้ 5 วิธีลองเลือกนำไปปรับใช้ดูครับ 1. เปิดโหมด Debug Default ของ WordPress จะปิดโหมดนี้ไว้เพื่อความปลอดภัยครับ เว็บจะไม่แสดงข้อความหรือ error อะไรออกมา ทำให้เราเห็นเป็นหน้าขาว ๆ โล่ง ๆ วิธีที่จะทำให้ WordPress บอกเราว่าเกิดอะไรขึ้น เราจะได้นำข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์หาสาเหตุและวิธีแก้กันต่อไป วิธีก็คือให้เราไปที่ไฟล์ wp-config.php แล้วมองหาบรรทัดนี้ define( 'WP_DEBUG', false); แก้จาก false เป็น true ก็จะได้แบบนี้ define( 'WP_DEBUG', true); save แล้วลองเปิดหน้าเว็บดูก็จะเจอ ข้อความหรือ error ที่ WordPress ส่งออกมาให้เราดูเราก็นำข้อความตรงนี้ไป Search Google เพื่อหาวิธีแก้ไขต่อไปครับ 2.ปิด Plugin ให้หมดทุกตัว WordPress หน้าขาว ปัญหาส่วนใหญ่ก็มาจาก Plugin ที่เราเอามาลงเนี่ยแหละ พอลงเสร็จ หน้าขาวเลย ถ้าเป็นแบบนี้ก็สันนิษฐานได้เลยว่าเป็นที่ Plugin เนี่ยแหละลองไปไล่ปิด Plugin ดูก็จะหายครับ ไล่ปิดไปทีละตัว ๆ ก็จะรู้เองว่าเป็นที่ Plugin ตัวไหน แต่มันก็จะมีเคสที่หนักกว่านี้คือ error แบบเข้าหลังบ้านไม่ได้เลยแบบนี้ก็ปิด Plugin ไม่ได้น่ะสิ ไม่ต้องตกใจครับ CodingDee มีวิธีแก้ง่าย ๆ ทำตามนี้เลย วิธีปิดปลั๊กอิน WordPress เมื่อเข้าหลังบ้านไม่ได้ 3.โหลด Theme มาลงใหม่ บางครั้งปัญหาก็อาจจะเป็นที่ Theme ที่เราใช้งานอยู่ครับ ไฟล์อาจจะหายไปหรือไม่สมบูรณ์ด้วยสาเหตุอะไรก็แล้วแต่ที่เราไม่รู้ หรือเราเผลอไปแก้ไขไฟล์ Theme ก็เป็นสาเหตุให้ WordPress หน้าขาวได้ครับ วิธีก็คือให้เราไปโหลด Theme ที่เราใช้ ส่วนใหญ่ก็คงซื้อ Theme มาจาก Themeforest กันแหละเนอะ นั่นแหละไปโหลดมาแตกไฟล์แล้ว FTP ไฟล์ขึ้นไปทับของเดิมให้หมด 4.โหลด WordPress มาลงใหม่ วิธีนี้ก็จะคล้าย ๆ กับวิธีที่ 3 เพียงแต่เปลี่ยนจาก Theme เป็น ไฟล์ WordPress ก็ไม่มีอะไรมากไปโหลดมา แตกไฟล์ FTP ขึ้นไปทับของเดิมปล.ยกเว้นไฟล์ wp-config.php นะครับไม่ต้องเอาไปทับของเดิมนะ เดี๋ยวเว็บจะพังเอา 5.Backup เว็บบ่อย ๆ วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายและผมชอบทำอยู่บ่อย ๆ เพราะเนื่องจากผมดูแล WordPress อยู่หลายเว็บ ผมเลยตั้ง BackUp ทุกวัน ถ้าเว็บไหนมีปัญหาก็ Restore ให้ 1-5 นาทีก็เสร็จเรียบร้อย แต่วิธีนี้อาจจะไม่เหมาะกับเว็บที่ใช้ WooCommerce นะครับ เพราะอาจส่งผลให้ Order ที่ลูกค้าสั่งมาหน้าเว็บหายได้เพราะเราไป Restore มัน แต่ก็เป็นไม่ตายสุดท้าย ถ้า 4 วิธีข้างบนเกิดไม่ได้ผลขึ้นมา ยังไงหมั่นทำ Backup ไว้บ่อย ๆ จะดีมากครับ มันช่วยเราได้เสมอถ้าเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้นมา BackUp ไว้หลาย ๆ ที่นะไม่ใช่เอาไว้บน Cloud ที่เดียว เอาลงมาเก็บ Offline ใส่ไว้ใน External ก็ได้ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน แถมให้เอามาเล่าสู่กันฟัง ผมเคยเจออยู่เคสนึง อาการหน้าขาวแบบนี้เลย ก็ไล่แก้ไป ปิด Plugin ลง Theme ใหม่ ก็หาย พอวันต่อมาเป็นอีก เราก็สงสัย เพิ่งแก้ไปนะเป็นอีกแล้วเหรอ ผมก็ลองไปเปิด โหมด Debug ดู มันฟ้องว่าไฟล์หลักใน WordPress ไม่สมบูรณ์ก็เลย FTP ไปไล่ดูว่าไฟล์ไหนลองเปิดไฟล์ดูก็รู้เลยสาเหตุเลยครับ ว่าทำไมเพิ่งแก้ไปแล้วกลับมาเป็นอีก สาเหตุคือ WordPress โดน Hack ครับ ไฟล์โดนฝัง script เต็มไปหมด ผมก็เลยต้องมาล้างระบบใหม่หมดติดตั้ง...
วิธีป้องกันเมื่อโดน Copy บทความ

วิธีป้องกัน การโดน Copy บทความด้วย JavaScript

ผมเขียนบทความวิธีป้องกันนี้ขึ้นมาเนื่องจากว่ามีเพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งในกลุ่ม WordPress Bangkok โดนคัดลอกบทความที่เค้าเขียนขึ้นมาโดยไม่ให้เครดิตหรือลิงค์กลับมาที่บทความต้นฉบับเลย ผมนึกขึ้นได้ว่าเคยเจอโค๊ดป้องกันการคัดลอกบทความที่ช่วยป้องกันไม่ให้คัดลอกบทความของเรา (ไปได้ง่าย ๆ) ด้วย javascript ไปดูวิธีกันเลยครับวิธีป้องกัน การโดน Copy บทความด้วย   JavaScript เพิ่มโค๊ดชุดนี้เข้าที่  footer.php <script type="text/javascript"> document.addEventListener('copy', function(e){ e.clipboardData.setData('text/plain', 'Original Content By CodingDee.comrn'); e.preventDefault(); }); </script>การทำงานของโค๊ดชุดนี้คือตรวจสอบว่าเมื่อมีการกด Copy ไม่ว่าจะเป็น คลิกขวาแล้วกด Copy หรือกด Control + C โค๊ดจะทำการแทนที่ข้อความที่ Copy มาด้วย ข้อความที่เรากำหนดไว้ ตัวอย่างข้อความที่ผมกำหนดไว้คือ Original Content By CodingDee.com ใครจะเปลี่ยนก็เปลี่ยนตรงนี้นะครับเป็นข้อความที่เราต้องการตามใจชอบเลยสิ่งที่ควรทำ ก่อนจะโดน Copy บทความหรือโดนแล้วก็ทำได้ครับ คนที่มา Copy เราเค้าจะได้ทำได้ลำบากใส่ความเป็นตัวตนหรือเอกลักษณ์ของเราลงไปเช่น แทนสรรพนามที่เรียกตัวเราเองเป็นชื่อ เว็บเราหรือเป็นชื่อเราไปเลยแบบนี้คนที่ Copy ไปก็ต้องลำบากขึ้นอีกหน่อยต้องมาไล่เปลี่ยนตรงนี้ วิธีจากคุณ Woravut Ikssn Srianant แนะนำว่า "เวลาเขียนเรื่องใหม่ๆ จะพยายามใส่ลิ้งในเนื้อหาให้วิ่งไปหาหน้าหลักหรือหน้าเดียวกันนี้ของเว็บเรา แล้วส่ง url เข้าไปในเครื่องมือเว็บมาสเตอร์ของ search engine ต่างๆ เวลาโดนก็อบถ้ามันไม่ได้แก้ไขเนื้อหาเรา ก็เท่ากับมันช่วยโปรโมทเว็บเราให้แบบฟรีๆ" เปิด Hot link Protection ใน CloudFlare เพื่อป้องกันการ hotlink ภาพจากเว็บเรา ถ้าอยากใช้ Plugin ก็ลองตัวนี้ครับ WP Content Copy Protection & No Right Click แจ้งการละเมิดลิขสิทธิ์ ไปที่ Googleจบแล้ว จริง ๆ แล้ว WordPress เองก็มี Plugin สำหรับป้องกันการ Copy อยู่หลายตัวให้เราเลือกใช้แต่ผมเองไม่อยากใช้ Plugin เยอะก็เลยใช้แค่ javascript แทน เบากว่าลง Plugin เยอะ ทำให้เค้า Copy ยาก ๆ ไว้ดีกว่าไม่มีอะไรป้องกันเลย ซึ่งถ้าเค้าจะ Copy จริง ๆ ก็ห้ามลำบาก ทางเลือกสุดท้ายก็แจ้งความครับ หากอ่านแล้วชอบบทความจาก CodingDee ก็ฝาก กดไลค์เพจ ด้วยนะครับ จะได้ไม่พลาดข่าวสารเทคนิคดี ๆ จากเรา หรือติดปัญหาตรงไหนก็คอมเมนต์ไว้ด้านล่างนี้ได้ ไว้พบกันบทความต่อไปครับ
Facebook Instant Articles

วิธีใส่ปุ่ม Call To Action ใน Facebook Instant Articles

ผมเพิ่งสังเกตเห็นว่าทาง Facebook ได้เพิ่มลูกเล่นใหม่ให้เราสามารถเพิ่ม Call to action ใน Facebook Instant Articles ได้แล้ววิธีใส่ปุ่ม Call To Action สำหรับ Facebook Instant Articles มีทั้งหมด 2 แบบให้เราเลือกดังนี้Email Subscription Like boxก่อนจะทำเราต้องทำการสมัครและเปิดใช้งาน Facebook Instant Articles ให้เรียบร้อยก่อนนะครับไม่งั้นทำไม่ได้นาจา ส่วนใครยังไม่ทำไปทำมาให้เรียบร้อยก่อนดูวิธีทำที่บทความนี้   วิธีติดตั้ง facebook instant article สำหรับ WordPress ในตัวอย่างนี้ผมจะเพิ่ม CTA โดยใช้แบบที่ 2 คือ Like box นะครับ มาดูกันเลยว่าทำยังไง 1.เข้าไปที่ Facebook เลือก Publishing Tools 2.สังเกตุเมนูซ้ายมือ เลือก Instant Articles > Call-To-Action Units3.คลิก Call-To-Action Unit4.เลือก Page Likes5.ตั้งชื่อว่าอะไรก็ได้ตามใจ ผมตั้งว่า Likebox in FIAจบแล้ว แค่นี้เราก็จะมีปุ่ม Like แสดงอยู่ในบทความของเราแล้ว มันจะแสดงเฉพาะกับคนที่ยังไม่กด Like เท่านั้น ใครยังไม่กด Like ก็กด Like ให้ผมหน่อยนะคร้าบจะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง หากอ่านแล้วชอบบทความจาก CodingDee ก็ฝาก กดไลค์เพจ ด้วยนะครับ จะได้ไม่พลาดข่าวสารเทคนิคดี ๆ จากเรา หรือติดปัญหาตรงไหนก็คอมเมนต์ไว้ด้านล่างนี้ได้ ไว้พบกันบทความต่อไปครับ
ซ่อนเวอร์ชั่น Server

ซ่อนเวอร์ชั่น Server กันเถอะ

วิธี ซ่อนเวอร์ชั่น server ที่ช่วยให้เว็บเราปลอดภัยมากขึ้น วิธีนี้เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้เว็บเรา คงไม่ดีแน่ถ้าใครมารู้ว่าเราใช้ server อะไรอยู่ เพราะการรู้ข้อมูลพวกนี้ สามารถส่งผลให้ผู้ไม่หวังดีนำไปค้นหาช่องโจมตีได้ง่ายขึ้น เพราะเค้ารู้แล้วว่าเราใช้ server อะไร เวอร์ชั่นอะไร มาดูวิธีกันป้องกัน ง่าย ๆตรวจสอบก่อนว่า server เราแสดงข้อมูลเหล่านี้ไหม เปิดเว็บของเราขึ้นมาโดยใส่ url ตามนี้ เปลี่ยนเป็นชื่อเว็บเราเองนะครับyourdomain.com/.htaccessภาพด้านล่างนี้คือก่อนที่เราจะซ่อนเวอร์ชั่น webserver ครับ แสดงข้อมูลออกมาหมดเลย เราต้องรีบไปซ่อนกันแล้วเพิ่มโค๊ดชุดนี้เข้าไปที่ไฟล์ .htaccess #Disable server signature ServerSignature Offเรียบร้อยครับไม่แสดงข้อมูลอะไรออกมาแล้ว แค่นี้ก็ช่วยให้เว็บเราปลอดภัยขึ้นแล้วครับ จบแล้ว หากอ่านแล้วชอบบทความจาก CodingDee ก็ฝาก กดไลค์เพจ ด้วยนะครับ จะได้ไม่พลาดข่าวสารเทคนิคดี ๆ จากเรา หรือติดปัญหาตรงไหนก็คอมเมนต์ไว้ด้านล่างนี้ได้ ไว้พบกันบทความต่อไปครับ
เว็บล่ม

UptimeRobot บริการฟรีที่ช่วยแจ้งเตือนเมื่อเว็บล่ม

เว็บล่ม เราจะรู้ได้ยังไงว่ามันล่ม ? ก็ลองเปิดเว็บดูสิว่ามันเข้าได้หรือเปล่า เป็นคำตอบที่ถูกครับ แต่ไม่ใช่วิธีที่ดี บทความนี้ผมจะพามาดูบริการฟรีที่โคตรเจ๋งที่ช่วยแจ้งเตือนเราทันทีว่าเว็บเราล่มภายในระยะเวลาไม่เกิน  5 นาทีครับ UptimeRobot บริการฟรีที่ช่วยแจ้งเตือนเมื่อ เว็บล่ม ไหนใครที่ต้องดูแลเว็บไซต์หลาย ๆ เว็บบ้างยกมือขึ้น ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้นครับ มีเว็บให้ดูแลหลายเว็บมาก ถ้าต้องมาคอยนั่งหน้าจอดูตลอดเวลาว่าเว็บยังปกติเข้าได้อยู่ไหมคงจะปวดหัวไม่น้อยใช่ไหมครับ หากเป็นเว็บ E-Commerce หรือเว็บที่มี Traffic เข้าต่อวันสูง ๆ วันดีคืนดีเกิดเว็บล่มขึ้นมา ก็เสียหายไม่ใช่น้อยอาจจะพลาดลูกค้าไปหลายรายเลยทีเดียวถ้าเรารู้เร็วแล้วแก้ไขทันก็ดีไปแต่ถ้าเราไม่รู้ล่ะ กว่าจะรู้ตัวว่าเว็บล่มก็ปาเข้าไปหลายชั่วโมงหรือเป็นวัน แบบนี้มีแต่เสียกับเสีย ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ สบายใจได้เลยครับ บทความนี้ CodingDee จะพามารู้จักกับ UptimeRobot บริการที่ช่วยแจ้งเตือนเราเมื่อเว็บเราล่มครับ โดยบริการนี้เค้าให้เราใช้ฟรี ๆ เลย 50 เว็บ มาดูวิธีใช้กันครับสมัครสมาชิกกันก่อน คลิก เสร็จแล้วเข้าสู่ระบบจะเจอหน้าจอประมาณนี้2.Click Add New MonitorMonitor Type ผมเลือกเป็น Keyword โดย Keyword ที่ผมกรอกไปคือคำว่า CodingDee ซึ่งคำ ๆ นี้มันจะอยู่ที่ footer ของเว็บผมเอง Keyword ตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับเรานะครับว่าจะใส่เป็นอะไร เหตุผลที่ผมใส่คำว่า CodingDee เพราะว่ามันอยู่ที่ footer ของทุก ๆ หน้าในเว็บครับ ถ้า UptimeRobot เข้ามาเช็คแล้วไม่เจอคำว่า CodingDee ก็แสดงว่าเว็บล่มไปแล้วนั่นเองให้แจ้งเตือนมาให้เรารู้นั่นเอง Friendly Name ตรงนี้ก็ใส่ชื่อเว็บเราลงไป URL (or IP) ตรงนี้ก็ใส่ URL เว็บเราหรือไอพีแอดเดรสของเว็บเราลงไป Keyword ตามที่ผมอธิบายไปในข้อ Monitor Type ใส่คำที่เราต้องเช็คลงไป อย่าใส่เหมือนผมนะเตือนไว้ก่อน ฮ่า ๆ Alert When ตรงนี้ให้เลือกเป็น Keyword Not Exits หมายความว่าถ้าไม่เจอคำที่เราระบุไว้ให้แจ้งเตือนเรา Monitor Interval ตรงนี้คือช่วงระยะเวลาที่จะให้เช็ค ต่ำสุดคือ 5 นาที หมายความว่าทุก ๆ 5 นาทีระบบมันจะมาเช็คว่าเว็บยังปกติดีไหมตามเงื่อนไขที่เราตั้งไว้ Select "Alert Contact To Notify" ตรงนี้ก็เลือกว่าจะให้ส่งอีเมลแจ้งเตือนใครบ้างถ้าเว็บล่มขึ้นมา ติ๊กถูกไป ตรงนี้เราสามารถเพิ่มได้นะครับเผื่อต้องการเตือนมากกว่านี้ กด Create Monitorเสร็จแล้วครับแค่นี้เองจริง ๆ แล้วระบบมันสามารถตั้ง Monitor Type ได้หลายอย่างเลยเช่น ตรวจว่า Port นี้ยังทำงานอยู่ไหม หรือ Service นี้ยังรันอยู่หรือเปล่า ตั้งให้แจ้งเตือนผ่านช่องทางไหน ก็ลองไปเล่นกันดูครับ มี Application ให้โหลดด้วยนะAndroid iOsโหลดแล้วก็ Login ปกติดูผ่านมือถือได้เลย เวลาระบบแจ้งเตือนมันก็จะ Notice เข้าโทรศัพท์เราเลย สะดวกโคตร ๆจริง ๆ แล้วก็ยังมีวิธีการอื่นอีกที่ช่วยแจ้งเรือนเราเมื่อเว็บล่ม เช่น JetPack หรือ New Relic ผมไม่ใช้ JetPack เพราะไม่อยากใช้ Plugin เยอะ และ New Relic ก็ตั้งค่ายากไปสำหรับผู้ใช้ทั่วไปเลยมาจบที่ UptimeRobot เพราะใช้งานง่ายที่สุดนั่นเอง จบแล้ว หากอ่านแล้วชอบบทความจาก CodingDee ก็ฝาก กดไลค์เพจ ด้วยนะครับ จะได้ไม่พลาดข่าวสารเทคนิคดี ๆ จากเรา หรือติดปัญหาตรงไหนก็คอมเมนต์ไว้ด้านล่างนี้ได้ ไว้พบกันบทความต่อไปครับ
facebook share รูปไม่ขึ้น

Facebook Share รูปไม่ขึ้นและวิธีแก้ไข

facebook share รูปไม่ขึ้น นี่เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่เจอได้บ่อย ๆ เมื่อเราแชร์บทความจากเว็บไปที่ facebook บทความนี้จะพามาดูวิธีแก้ไขว่าทำอย่างไรFacebook Share รูปไม่ขึ้นและวิธีแก้ไข สำหรับวิธีแก้ไขเมื่อ facebook share รูปไม่ขึ้น เราสามารถทำตาม 4 ขั้นตอนนี้ได้เลยครับเข้าไปที่ Sharing Debugger เลือกแท็บ Sharing Debugger และใส่ Url ที่เราต้องการจะแชร์ลงไปแล้วกด Debug ระบบจะดึงข้อมูลที่เกี่ยวกับ Url นี้เช่น ชื่อบทความ รูปภาพ รายละเอียดบทความ ขึ้นมาให้เราดู ถ้ารูปภาพยังไม่ขึ้น ให้กดที่ปุ่ม Scrape Again บางทีอาจต้องกดหลาย ๆ ครั้งหน่อยกว่ารูปจะขึ้น จบแล้ว ง่ายใช่ไหม คราวนี้เราก็เอา Url นี้ไปโพสหรือแชร์ต่อใน Facebook ได้แล้วครับจบแล้ว หากอ่านแล้วชอบบทความจาก CodingDee ก็ฝาก กดไลค์เพจ ด้วยนะครับ จะได้ไม่พลาดข่าวสารเทคนิคดี ๆ จากเรา หรือติดปัญหาตรงไหนก็คอมเมนต์ไว้ด้านล่างนี้ได้ ไว้พบกันบทความต่อไปครับ
วิธีเข้าเว็บที่ถูกบล๊อค

วิธีเข้าเว็บที่ถูกบล๊อคง่าย ๆ แค่คลิกเดียว

วิธีเข้าเว็บที่ถูกบล๊อคง่ายๆ ด้วย Hola Free VPN สำหรับบทความนี้ผมจะมาแนะนำวิธีใช้ Hola Free VPN เข้าเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่เราต้องการกันครับ วิธีเข้าเว็บที่ถูกบล๊อค ผมเชื่อว่าหลายคนคงเคยเจอประสบการณ์ที่กำลังท่องเว็บอยู่ดีพอจะเข้าเว็บ ..... ก็เจอกับหน้าจอประมาณนี้ อ่าวเฮ้ยไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่หว่า ตูจะเข้าเว็บนี้มาบล๊อคทำไม โตแล้วตูจะเข้าเว็บอะไรก็ได้ อารมณ์น่าจะประมาณนี้ครับ ผมไปเจอวิธีที่ง่ายแสนง่าย ในการเข้าเว็บที่ถูกบล๊อคมาฝากครับ วิธีนั้นก็คือใช้ Hola Free VPN ครับมาดูวิธีทำกันเลยเปิด Google Chrome ขึ้นมาเครื่องใครเป็น Browser อื่นวิธีทำก็จะคล้ายๆกันครับ เข้าไปที่ chrome extension ผมใส่ลิงค์ไว้แล้ว คลิกโล้ด เลือก ADD TO CHROME ตามรูปกด Add extension  คราวนี้สังเกตที่มุมขวาของ Browser เราก็จะเจอกับ icon ลูกไฟโผล่ขึ้นมา เอาละครับคราวนี้เราจะไปเข้าเว็บกัน หึๆ เชื่อว่าอ่านมาถึงตรงนี้คงมีเว็บในใจกันแล้วนะครับ สำหรับผมจะเข้าเว็บประจำที่เข้าบ่อย  กดเข้าไปก็ขึ้นเลยครับ ผมนี่ขึ้นเลย อ่าวทำไมยังเข้าไม่ได้ล่ะ ใจเย็นๆครับเรายังไม่ได้เลือกให้ Hola ทำงาน  วิธีก็เลือกตามภาพเลยครับในรูปนี้ผมเลือก ให้เราเข้าเว็บนี้จาก อเมริกาครับ  หากใครอยากเปลี่ยนเป็นเข้าจากประเทศอื่นก็คลิกที่ More... แล้วเลือกประเทศได้เลยครับ พอเลือกประเทศได้แล้วก็ GO เรียบร้อยเข้าได้แล้วเว้ย หึๆ มาบล๊อคตูเหรอจบแล้ว หากอ่านแล้วชอบบทความจาก CodingDee ก็ฝาก กดไลค์เพจ ด้วยนะครับ จะได้ไม่พลาดข่าวสารเทคนิคดี ๆ จากเรา หรือติดปัญหาตรงไหนก็คอมเมนต์ไว้ด้านล่างนี้ได้ ไว้พบกันบทความต่อไปครับ
LastPass

LastPass เครื่องมือจัดการรหัสผ่านสุดเจ๋ง

LastPass เครื่องมือจัดการรหัสผ่าน ไม่ต้องกรอกรหัสผ่านเอง สะดวก ปลอดภัย ใช้ได้ทั้งบน Windows, Mac และ Mobile ที่สำคัญคือฟรีทำไมถึงต้องใช้ จำเอาไม่ได้เหรอ ปัญหานั้นมีอยู่ว่า ผมมี Account ต่างๆที่ต้องดูแลอยู่จำนวนมากไหนจะ Account Tool ต่างๆที่ใช้ในบริษัท ในจะ Account ที่ใช้ส่วนตัว Facebook เอย Hotmail เอย Gmail เอย บลาๆๆเวลาจะ login เข้าแต่ละ Account ทีนี่ใช้เวลาพอสมควร เพราะแต่ละ Account ผมก็ตั้งรหัสผ่านแตกต่างกันไปไม่เหมือนกันสัก Account ถ้าต้องมาจำรหัสผ่านหมดนี่ แค่คิดก็ปวดหัวแล้ว ผมเลยลอง search หาข้อมูลว่ามีเครื่องมืออะไรมั๊ยนะที่จะช่วยแก้ปัญหาที่ผมเจออยู่บ้าง เลยมาเจอ Tool ตัวนี้จากที่ลองใช้ดู เออมันเจ๋งดีแฮะ เลยอยากนำมาแบ่งปันให้คนอื่นบ้างว่าแล้วก็มาเริ่มกันเลยก่อนอื่นก็สมัครสมาชิกกันก่อน Create Accountหลังจากสมัครเสร็จแล้วเราจะ login เข้าสู่ระบบโดยคลิกที่ปุ่มมุมขวาของ browser ตามภาพกด Add Site ที่มุมขวาล่างตามภาพกรอก username password และ url เว็บไซต์ที่เราต้องการลงไปคราวนี้ลองเข้าเว็บที่เรากรอกไว้ จะแสดงปุ่มให้เราเรียกใช้ password ตามภาพ แค่นี้แหละใช้ง่ายมากๆ คราวนี้เราก็จำแค่ master password อย่างเดียว จะเข้าจากมือถือหรือเข้าจากในคอมก็สบายมาก สรุป LastPassรหัสผ่านแต่ละ Account ต้องไม่เหมือนกัน รหัสผ่านต้องมีจำนวน 8 หลักขึ้น ต้องมีตัวเลขอย่างน้อย 1 ตัว ต้องมีตัวอักษรพิมพ์ใหญ่อย่างน้อย 1 ตัว ต้องมีตัวอักษรพิมพ์เล็กอย่างน้อย 1 ตัว ต้องมีอักขระพิเศษอย่างน้อย 1 ตัว เช่น ! @ # $ % เป็นต้น รหัสผ่านต้องไม่มีความหมายหรือมีใน Dictionary รหัสผ่านต้องไม่ใช่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตัวเราเช่น วันเกิด เบอร์โทร อีเมล หมายเลขบัตรต่างๆ ฯลฯเพียงเท่านี้เราก็มีเครื่องมือจัดการรหัสผ่านสำหรับ Account ต่างๆที่เราใช้งานอยู่ให้สามารถใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้นไม่ต้องมาคอยกรอกรหัสผ่านเองและรหัสผ่านที่ได้ยังปลอดภัยและเป็นไปตามหลักการตั้งรหัสผ่านที่เหมาะสมเพื่อความปลอดภัยของเราเอง บทความนี้ก็จบเพียงเท่านี้ครับ ไว้มีเทคนิคอะไรดีๆ จะมาแนะนำใหม่ครับ มีข้อสงสัย แนะนำ ติชม ก็ comment ไว้ข้างล่างนี้ได้เลยครับ จบแล้ว หากอ่านแล้วชอบบทความจาก CodingDee ก็ฝาก กดไลค์เพจ ด้วยนะครับ จะได้ไม่พลาดข่าวสารเทคนิคดี ๆ จากเรา หรือติดปัญหาตรงไหนก็คอมเมนต์ไว้ด้านล่างนี้ได้ ไว้พบกันบทความต่อไปครับ

Google Tag Manager

Google Tag Manager สำหรับ WordPress

Google Tag Manager เครื่องมือสุดเจ๋งที่ช่วยให้การทำงานของเราสบายขึ้นชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ ใครติด Google Analytics แบบเดิม ๆ อยู่ แนะนำให้เปลี่ยนมาใช้แล้วชีวิตจะมีเวลาว่างเพิ่มขึ้นอีกเยอะGoogle Tag Manager คืออะไร ? ก่อนอื่นผมขอใช้คำย่อ Google Tag Manager ว่า gtm นะครับ gtm ก็คือเครื่องมืออีกที่ google ออกมาไว้ให้เราใช้สำหรับจัดการกับ tracking code ต่าง ๆ ภายในเว็บเรา ตัวอย่างสมมุติว่าผมต้องการจะติด Google Analytics ผมก็ต้องส่ง code ชุดนี้ไปให้ programmer เค้าติดให้โดยเพิ่ม code เข้าไปที่ tag head วันต่อมาผมอยากจะติด Facebook Pixel ผมก็ต้องส่ง code ชุดนี้ไปให้ programmer เค้าติดให้โดยเพิ่ม code เข้าไปที่ tag head วันต่อมาอีกผมอยากติด Yengo ผมก็ต้องส่ง code ชุดนี้ไปให้ programmer เค้าติดให้โดยเพิ่ม code เข้าไปที่ footerวนอยู่แบบนี้ ถ้าวันไหน programmer ไม่อยู่หรือบริษัทเราไม่มี programmer เราก็ติดเองไม่ได้ต้องเสียเวลาเพิ่มขึ้นอีกแล้วถ้าเรามีเงื่อนไขว่าต้องการให้ tracking code รันเฉพาะหน้าที่ต้องการหรือรันเฉพาะเหตุการณ์บางเหตุการณ์เท่านั้นล่ะ ทำไง ก็ต้องพึ่ง programmer อีก เห็นไหมครับว่า เวลาจะทำอะไรพวกนี้ต้องคอยพึ่ง programmer ตลอด ยิ่งใครที่ทำงานสาย Digital Marketing ยิ่งหนีพวกนี้ไม่ได้เลย เจอแน่นอน กับการติด tracking code โน่นนี่นั่น เต็มไปหมด ใช้นาน ๆ ไปก็ลืมแล้วว่าเราเคยติด tracking code อะไรไปบ้าง ตัวไหนใช้อยู่ ตัวไหนไม่ได้ใช้แล้ว เมื่อไหร่ถึงควรเปลี่ยนมาใช้ GTMอยากสบายก็เปลี่ยน อยากลำบากก็ไม่ต้องเปลี่ยน ถ้ากำลังเจอปัญหาแบบที่ผมเล่ามาด้านบนก็สมควรเปลี่ยนมาใช้ gtm ได้แล้วครับ แต่ถึงเว็บคุณทั้งเว็บจะมีแค่ ga ตัวเดียวผมก็ยังแนะนำให้มาใช้ gtm อยู่ดี เมื่อถูกบังคับให้ต้องเปลี่ยนมาใช้ ( นับมั๊ยข้อนี้ 55 )ข้อเสียต้องเรียนรู้วิธีการใช้ gtm เพิ่ม แหล่งเรียนรู้ภาษาไทยยังไม่ค่อยมีสักเท่าไหร่ ( ได้ฝึกภาษาไปในตัวเป็นข้อดีด้วยซ้ำเนอะ )จะเรียกว่าข้อเสียไหมก็ไม่เชิงเป็นข้อเสียนะ ผมว่ามันเป็นการพัฒนาเพื่อเพิ่ม skill ของเรามากกว่า Marketing ที่ใช้ gtm เป็นนี่ผมว่าโคตรเท่เลย เชื่อผมเถอะใช้ gtm แล้วสบายแน่นอน ถ้าใครพร้อมจะไปต่อก็มาลุยกันเลยบทความนี้ผมจะสอนเฉพาะการติด google analytics ใน gtm ให้ก่อนนะครับส่วนวิธีการใช้งานอื่น ๆ จะทยอยตามมาทีหลัง เปิดใช้งาน GTM กันก่อน คลิก วิธีสมัครผมไม่บอกนะเพราะมันง่ายมว๊าก โหลดปลั๊กอิน DuracellTomi's Google Tag Manager for WordPress มาติดตั้งให้เรียบร้อย โหลด Extension Tag...